21 กรกฎาคม 2569
NEW UPDATE
มอก. 61730 เล่ม 2-2567 คืออะไร? มาตรฐานบังคับใหม่สำหรับแผงโซลาร์เซลล์ที่ผู้ซื้อและผู้ประกอบการควรรู้
เมื่อเลือกซื้อแผงโซลาร์เซลล์ หลายคนมักเปรียบเทียบราคา กำลังผลิต และแบรนด์เป็นอันดับแรก แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ "มาตรฐานด้านความปลอดภัย" เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์ต้องทำงานกลางแจ้งและผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบปี การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว
หนึ่งในมาตรฐานสำคัญที่ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจโซลาร์เซลล์ควรรู้ คือ มอก. 61730 เล่ม 2-2567 มาตรฐานด้านความปลอดภัยของแผงโซลาร์เซลล์ที่กำหนดข้อกำหนดสำหรับการทดสอบ โดยมีกำหนดบังคับใช้ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 เพื่อยกระดับความปลอดภัยของแผงโซลาร์เซลล์ที่ผลิต นำเข้า และจำหน่ายในประเทศไทย
มอก. 61730 เล่ม 2-2567 คืออะไร?
มอก. 61730 เล่ม 2-2567 คือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่กำหนดข้อกำหนดและวิธีการทดสอบด้านความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ หรือแผงโซลาร์เซลล์
ชื่อมาตรฐานอย่างเป็นทางการคือ "คุณสมบัติด้านความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เล่ม 2: ข้อกำหนดสำหรับการทดสอบ" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินว่าแผงโซลาร์เซลล์ได้รับการออกแบบและผลิตให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยภายใต้สภาวะต่าง ๆ หรือไม่ โดยให้ความสำคัญกับความเสี่ยงสำคัญ เช่น
• ไฟฟ้าช็อต
• ไฟฟ้ารั่ว
• ความเสียหายของฉนวน
• ความร้อนสะสม
• การลุกไหม้
• ความเสียหายจากแรงทางกล
• ความเสียหายของส่วนประกอบภายในและภายนอก
• อันตรายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อแผงทำงานผิดปกติ
กล่าวอย่างเข้าใจง่าย มอก. 61730 เล่ม 2-2567 คือมาตรฐานที่กำหนดว่าแผงโซลาร์เซลล์ต้องผ่านการทดสอบด้านใดและต้องมีผลการทดสอบอยู่ในเกณฑ์ใด จึงจะช่วยสร้างความมั่นใจว่าแผงมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการนำไปใช้งาน
ทำไมประเทศไทยจึงกำหนดให้เป็นมาตรฐานบังคับ?
ปัจจุบันการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม โกดังสินค้า ศูนย์การค้า และโครงการผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ เมื่อจำนวนการติดตั้งเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะแผงที่อาจมีปัญหาเกี่ยวกับวัสดุ ฉนวนไฟฟ้า จุดเชื่อมต่อ หรือความทนทานของส่วนประกอบ
หากแผงโซลาร์เซลล์เกิดความเสียหาย อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น
• กระแสไฟฟ้ารั่ว
• จุดเชื่อมต่อร้อนผิดปกติ
• เกิดประกายไฟ
• ไฟฟ้าลัดวงจร
• ฉนวนเสื่อมสภาพ
• กระจกหรือโครงสร้างแผงเสียหาย
• เกิดความร้อนสะสมจนนำไปสู่เพลิงไหม้
การกำหนดมาตรฐานบังคับจึงมีเป้าหมายเพื่อควบคุมให้แผงโซลาร์เซลล์ที่อยู่ในขอบข่ายของกฎหมายผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเดียวกันก่อนออกสู่ตลาด ลดความเสี่ยงต่อผู้ใช้งาน อาคาร ทรัพย์สิน และระบบไฟฟ้าโดยรวม
มอก. 61730 เล่ม 2-2567 จะบังคับใช้เมื่อใด?
มอก. 61730 เล่ม 2-2567 มีกำหนดบังคับใช้ในเดือน กันยายน พ.ศ. 2569
เมื่อมาตรฐานบังคับมีผลใช้แล้ว ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในขอบข่ายจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ผลิตและผู้นำเข้าจึงต้องดำเนินการตามกระบวนการขออนุญาตและแสดงเครื่องหมายมาตรฐานให้ถูกต้องก่อนจำหน่ายในประเทศไทย
มอก. 61730 เล่ม 2-2567 ทดสอบเรื่องอะไรบ้าง?
ข้อกำหนดการทดสอบของแผงโซลาร์เซลล์มีหลายส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อประเมินความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ทั้งในสภาวะใช้งานปกติและสภาวะที่อาจเกิดความผิดปกติ
การประเมินที่สำคัญอาจครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้
1.ความปลอดภัยของฉนวนไฟฟ้า
แผงต้องมีฉนวนที่เหมาะสม เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหลไปยังโครงแผง พื้นผิว หรือส่วนที่ผู้ใช้งานและช่างติดตั้งอาจสัมผัสได้ การเสื่อมของฉนวนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อไฟฟ้าช็อต ไฟฟ้ารั่ว และความเสียหายของระบบ
2.ความสามารถในการทนต่อแรงดันไฟฟ้า
แผงโซลาร์เซลล์ต้องสามารถรองรับแรงดันตามที่ออกแบบไว้ โดยไม่เกิดการทะลุของฉนวนหรือความเสียหายที่อาจทำให้เกิดอันตราย ประเด็นนี้มีความสำคัญมากในระบบที่นำแผงหลายแผงมาต่ออนุกรม เพราะแรงดันไฟฟ้ารวมของระบบอาจอยู่ในระดับสูง
3.การป้องกันไฟฟ้าช็อต
มาตรฐานให้ความสำคัญกับการลดโอกาสที่บุคคลจะสัมผัสส่วนที่มีกระแสไฟฟ้า รวมถึงการประเมินความปลอดภัยของวัสดุ จุดเชื่อมต่อ กล่องรวมสาย และส่วนประกอบต่าง ๆ ของแผง
4.ความเสี่ยงจากไฟไหม้
แผงต้องได้รับการประเมินว่าเมื่อเกิดความผิดปกติ เช่น จุดเชื่อมต่อหลวม วัสดุเสื่อม หรือเกิดความร้อนสะสม จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการลุกไหม้หรือการแพร่กระจายของไฟหรือไม่
แม้แผงโซลาร์เซลล์จะไม่มีเปลวไฟในสภาวะการทำงานปกติ แต่แผงสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอดเวลาที่ได้รับแสง จึงต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันความร้อนและประกายไฟเป็นพิเศษ
5.ความแข็งแรงทางกล
แผงที่ติดตั้งกลางแจ้งต้องรับแรงจากลม ฝน การขนส่ง การติดตั้ง และแรงกระทำต่อพื้นผิว มาตรฐานจึงอาจรวมการประเมินโครงสร้าง กระจก กรอบ และชิ้นส่วนยึดประกอบ
หากโครงสร้างไม่แข็งแรง อาจทำให้กระจกแตกร้าว น้ำหรือความชื้นเข้าสู่แผง และนำไปสู่ความเสียหายทางไฟฟ้า
6.ความปลอดภัยของสายไฟและจุดเชื่อมต่อ
สายไฟ หัวต่อ และกล่องรวมสายด้านหลังแผงเป็นส่วนสำคัญของระบบ หากอุปกรณ์เหล่านี้ผลิตหรือประกอบไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดความต้านทานสูง ความร้อนสะสม หรือการอาร์กทางไฟฟ้า
7.ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม
แผงโซลาร์เซลล์ต้องเผชิญอุณหภูมิและความชื้นที่เปลี่ยนแปลงตลอดอายุการใช้งาน การทดสอบจึงช่วยประเมินว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะกระทบต่อความปลอดภัยของวัสดุ ฉนวน และส่วนประกอบหรือไม่
มอก. 61730 เล่ม 1 และเล่ม 2 ต่างกันอย่างไร?
มาตรฐาน มอก. 61730 แบ่งออกเป็น 2 ส่วนที่ทำงานร่วมกัน
มอก. 61730 เล่ม 1-2567
เป็นข้อกำหนดสำหรับการสร้างหรือการออกแบบแผงโซลาร์เซลล์ โดยกำหนดหลักเกณฑ์พื้นฐานเกี่ยวกับวัสดุ โครงสร้าง ฉนวน ส่วนประกอบ และการป้องกันอันตราย
มอก. 61730 เล่ม 2-2567
เป็นข้อกำหนดสำหรับการทดสอบ เพื่อพิสูจน์ว่าแผงที่ได้รับการออกแบบและผลิตขึ้นสามารถผ่านเกณฑ์ด้านความปลอดภัยที่กำหนด
มอก. 61730 เล่ม 2-2567 ต่างจาก IEC 61730-2 อย่างไร?
IEC 61730-2 เป็นมาตรฐานสากลที่จัดทำโดย International Electrotechnical Commission (IEC) ส่วน มอก. 61730 เล่ม 2-2567 เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของประเทศไทย แม้ มอก. จะอ้างอิงหลักการจากมาตรฐาน IEC แต่การได้รับการรับรองตาม IEC ไม่ได้หมายความว่าจะถือว่าเป็นไปตาม มอก. โดยอัตโนมัติ ดังนั้น แผงโซลาร์เซลล์ที่มีใบรับรอง IEC 61730-2 จากต่างประเทศ ยังต้องผ่านกระบวนการขอรับรองและปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ก่อนจึงจะสามารถแสดงเครื่องหมาย มอก. และจำหน่ายในประเทศไทยได้
มาตรฐานบังคับใหม่ส่งผลต่อใครบ้าง?
• ผู้ผลิตในประเทศไทย
ผู้ผลิตต้องเตรียมกระบวนการผลิต ระบบควบคุมคุณภาพ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ เอกสารทางเทคนิค และผลการทดสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
• ผู้นำเข้า
ผู้นำเข้าต้องตรวจสอบว่าโรงงานผู้ผลิต รุ่นสินค้า และเอกสารรับรองสอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศไทย รวมถึงต้องดำเนินการขออนุญาตก่อนนำผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในขอบข่ายเข้ามาจำหน่าย
• ผู้จำหน่ายและผู้รับติดตั้ง
ผู้ขายและผู้ติดตั้งต้องตรวจสอบแหล่งที่มา รุ่นสินค้า เครื่องหมายมาตรฐาน และเอกสารประกอบให้ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการจำหน่ายหรือเลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย
• เจ้าของบ้านและเจ้าของโครงการ
ผู้ซื้อจะมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนมากขึ้นในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ลดความเสี่ยงจากแผงที่ไม่มีแหล่งที่มาและไม่มีหลักฐานรับรองด้านความปลอดภัย
ก่อนซื้อแผงโซลาร์เซลล์ควรตรวจสอบอะไร?
เมื่อมาตรฐานบังคับเริ่มมีผล ผู้ซื้อไม่ควรตรวจสอบเพียงภาพเครื่องหมาย มอก. ในโบรชัวร์หรือหน้าร้านค้า แต่ควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน ดังนี้
1.ตรวจสอบเครื่องหมายและเลขมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์ควรแสดงเครื่องหมายและเลขมาตรฐานอย่างชัดเจนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
2.ตรวจสอบชื่อยี่ห้อและรหัสรุ่น
ข้อมูลบนแผง Datasheet ใบเสนอราคา และเอกสารรับรองต้องตรงกัน เพราะใบอนุญาตอาจครอบคลุมเฉพาะบางรุ่นหรือบางช่วงกำลังผลิตเท่านั้น
3.ตรวจสอบชื่อผู้ผลิตและผู้นำเข้า
ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถระบุผู้รับผิดชอบได้อย่างชัดเจน มีที่อยู่ ช่องทางติดต่อ และบริการหลังการขายในประเทศไทย
4.ขอเอกสารจากผู้จำหน่ายเอกสารที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
• Datasheet
• ใบอนุญาตหรือเอกสารรับรอง มอก.
• รายงานผลการทดสอบ
• เอกสารรับประกันผลิตภัณฑ์
• เอกสารรับประกันกำลังผลิต
• ข้อมูลผู้ผลิตและผู้นำเข้า
• หมายเลขผลิตภัณฑ์หรือ Serial Number
5.ตรวจสอบข้อมูลกับ สมอ.
ผู้ซื้อควรนำเลขใบอนุญาต ชื่อผู้ประกอบการ และรุ่นผลิตภัณฑ์ไปตรวจสอบในฐานข้อมูลของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อให้แน่ใจว่าเอกสารเป็นของผลิตภัณฑ์รุ่นเดียวกับสินค้าที่จะได้รับจริง
แผงโซลาร์เซลล์ที่มี มอก. หมายความว่าดีที่สุดหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่จำเป็น
การได้รับการรับรอง มอก. 61730 เล่ม 2-2567 แสดงว่าแผงโซลาร์เซลล์ผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด แต่ ไม่ได้หมายความว่าแผงรุ่นนั้นจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุด ผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุด หรือเหมาะสมกับทุกโครงการ
ในการเลือกแผงโซลาร์เซลล์ ผู้ซื้อควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น
• กำลังผลิตของแผง (Rated Power)
• ประสิทธิภาพของแผง (Module Efficiency)
• เทคโนโลยีเซลล์ เช่น TOPCon, HJT หรือ Back Contact
• ค่าสัมประสิทธิ์อุณหภูมิ (Temperature Coefficient)
• การรับประกันผลิตภัณฑ์และการรับประกันกำลังผลิต
• ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตและผู้จำหน่าย
• คุณภาพการออกแบบระบบและมาตรฐานการติดตั้ง
กล่าวโดยสรุป มอก. 61730 เล่ม 2-2567 เป็นมาตรฐานที่ช่วยยืนยันว่าแผงโซลาร์เซลล์ผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัย แต่ไม่ใช่เกณฑ์เพียงข้อเดียวในการประเมินคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การเลือกแผงโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาทั้งด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เพื่อให้ระบบโซลาร์เซลล์สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าในระยะยาว
ผู้ประกอบการควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเดือนกันยายน 2569?
ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย และผู้รับติดตั้งควรเริ่มเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยดำเนินการดังนี้
• ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของตนอยู่ในขอบข่ายมาตรฐานบังคับหรือไม่
• ตรวจสอบรุ่นและรายการผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าหรือจำหน่าย
• วางแผนบริหารสินค้าคงคลังในช่วงเปลี่ยนผ่าน
• ติดตามประกาศวันบังคับใช้และเงื่อนไขฉบับสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง
การเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการนำเข้าสินค้าไม่ทันกำหนด สินค้าติดค้างที่ด่านศุลกากร หรือมีสินค้าคงคลังที่ไม่สามารถจำหน่ายได้ตามกฎหมาย
สรุป มอก. 61730 เล่ม 2-2567 สำคัญอย่างไร?
มอก. 61730 เล่ม 2-2567 เป็นมาตรฐานที่กำหนดข้อกำหนดสำหรับการทดสอบด้านความปลอดภัยของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ โดยครอบคลุมความเสี่ยงสำคัญ เช่น ไฟฟ้าช็อต ไฟฟ้ารั่ว ความเสียหายของฉนวน ความร้อนสะสม ไฟไหม้ และความเสียหายทางกล
การกำหนดให้มาตรฐานฉบับนี้เป็นมาตรฐานบังคับในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของตลาดโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย
สำหรับผู้บริโภค มาตรฐานดังกล่าวช่วยเพิ่มหลักประกันในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
สำหรับผู้ประกอบการ มาตรฐานฉบับนี้ทำให้ต้องเตรียมผลิตภัณฑ์ เอกสาร กระบวนการนำเข้า และการจำหน่ายให้ถูกต้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การมี มอก. ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้ระบบโซลาร์เซลล์มีคุณภาพ ผู้ซื้อยังควรพิจารณาประสิทธิภาพแผง การรับประกัน ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต การออกแบบระบบ และคุณภาพการติดตั้งร่วมกัน เพราะระบบโซลาร์เซลล์ที่ดีต้องไม่เพียงผลิตไฟฟ้าได้ แต่ต้อง ผลิตไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสร้างความคุ้มค่าได้ตลอดอายุการใช้งาน
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: มอก. 61730 เล่ม 2-2567 เริ่มบังคับใช้เมื่อใด?
A: มีกำหนดบังคับใช้ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โดยผู้ประกอบการควรตรวจสอบวันมีผลใช้จริงและเงื่อนไขอย่างเป็นทางการจากราชกิจจานุเบกษาและ สมอ. อีกครั้ง
Q: แผงที่ติดตั้งก่อนกันยายน 2569 ต้องเปลี่ยนหรือไม่?
A: โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งและใช้งานอยู่ก่อนวันที่มาตรฐานบังคับมีผล เนื่องจากมาตรฐาน มอก. 61730 เล่ม 2-2567 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกำกับดูแลการผลิต การนำเข้า และการจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์ที่อยู่ในขอบข่ายหลังจากมาตรฐานมีผลบังคับใช้
Q: มาตรฐานนี้ใช้กับแผงโซลาร์เซลล์ทุกประเภทหรือไม่?
A: ต้องพิจารณาตามขอบข่ายที่ระบุในมาตรฐานและกฎกระทรวงฉบับสมบูรณ์ เนื่องจากอาจมีรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือข้อยกเว้น
Q: แผงที่มี IEC 61730-2 ถือว่ามี มอก. หรือไม่?
A: ไม่ถือว่าเป็นสิ่งเดียวกันโดยอัตโนมัติ ใบรับรอง IEC เป็นหลักฐานตามมาตรฐานสากล แต่การใช้เครื่องหมาย มอก. และการจำหน่ายตามมาตรฐานบังคับต้องผ่านขั้นตอนที่หน่วยงานไทยกำหนด
Q: แผง Tier 1 จำเป็นต้องมี มอก. หรือไม่?
A: Tier 1 และ มอก. เป็นคนละเกณฑ์กัน เมื่อมาตรฐานบังคับมีผล แผงจากผู้ผลิต Tier 1 ที่อยู่ในขอบข่ายและจะจำหน่ายในประเทศไทยก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
Q: ผู้ซื้อควรขอเอกสารอะไรจากผู้ติดตั้ง?
A: ควรขอ Datasheet เอกสารรับรองมาตรฐาน รายละเอียดรุ่นสินค้า การรับประกัน ข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และรายการอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้ในระบบ
Q: วิธีตรวจสอบว่าแผงมี มอก. จริงหรือไม่?
A: ตรวจสอบเลขที่ใบอนุญาต มอก. ชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า และรหัสรุ่น (Model) ให้ตรงกับเอกสารรับรอง จากนั้นนำข้อมูลไปตรวจสอบในฐานข้อมูลของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองจริง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราขออนุญาตใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการรับข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ คุณสามารถมั่นใจได้ว่าเราจะดูแลและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของคุณอย่างดี คุณสามารถเรียนรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการใช้คุกกี้ได้โดยคลิกที่ การตั้งค่า นโยบายความเป็นส่วนตัว